กองอนาคต B-FUTURE ลุยหุ้นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

โดย: MGR Online

เผยแพร่: 17 ก.ค. 2561 21:45
ปรับปรุง: 18 ก.ค. 2561 13:28
บลจ.บัวหลวงเปิดกองทุนเพื่ออนาคตB-FUTURE ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่มMillennials ลงทุนหุ่นโตโดเด่นทั้งกลุ่มเทคโนโลยี และธุรกิจที่ควบคู่กันไปกับนวัตกรรมได้ ชูความยืดหยุ่นลงทุนหลากช่องทาง และกระจายความเสี่ยงหลายประเทศ เปิดขายแล้วระหว่างวั
  • 1  รูป

บลจ.บัวหลวงเปิดกองทุนเพื่ออนาคต B-FUTURE ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่ม Millennials ลงทุนหุ้นโตโดดเด่นทั้งกลุ่มเทคโนโลยี และธุรกิจที่ควบคู่กันไปกับนวัตกรรมได้ ชูความยืดหยุ่นลงทุนหลากช่องทาง และกระจายความเสี่ยงหลายประเทศ เปิดขายแล้วระหว่างวันที่ 17-24 ก.ค.นี้

นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงจะเปิดขายกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ หรือ B-FUTURE เป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในวันนี้ (17 ก.ค. 2561) จนถึงวันที่ 24 ก.ค.นี้ โดยจุดเริ่มต้นของกองทุน B-FUTURE คือจะคัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตโดดเด่น (Growth Stock) ขณะเดียวกันต้องเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในกลุ่ม Millennials (คนที่เกิดในช่วงปี 1982-1997) เพราะจะเป็นกลุ่มคนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอีก 15-20 ปีข้างหน้า และเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อมากที่สุด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวโน้มที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้วยนโยบายการลงทุนของกองทุน B-FUTURE ที่มีความยืดหยุ่น สามารถเลือกลงทุนได้หลายช่องทาง ทั้งหน่วยลงทุน ETF หรือจะเลือกลงทุนหุ้นรายตัวที่มีศักยภาพเติบโตได้ในอนาคต

“การคัดเลือกหุ้นของกองทุน B-FUTURE จะไม่ได้เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะมองหาธุรกิจที่สามารถปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมต่างๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาพัฒนาและปรับใช้ให้ธุรกิจมีความล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวก สบาย และสนุก มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจที่รู้จักปรับตัวได้จะเป็นธุรกิจที่อยู่รอด และสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต” นายพีรพงศ์กล่าว

สำหรับตัวอย่างธุรกิจที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตคุ้มค่า ทั้ง ‘กิน เที่ยว ชอป’ และกลุ่มธุรกิจที่สอดรับกับกระแสการใส่ใจด้านสุขภาพ อย่าง เทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Device) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยชี้วัดค่าต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายของผู้สวมใส่ กระตุ้นให้ใส่ใจและดูแลสุขภาพมากขึ้น และเทรนด์ที่ขาดไม่ได้ คือ คนรุ่นใหม่จะมีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้น รถยนต์พลังงานสะอาด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) จึงเป็นกระแสที่เริ่มได้รับความนิยมและมีการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

“กองทุน B-FUTURE ไม่ได้จำกัดว่าจะเข้าไปลงทุนเฉพาะในประเทศใดประเทศหนึ่ง หากเราเห็นว่าที่ไหนมีโอกาส มีความสามารถในการเติบโต หรือธุรกิจไหนที่สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการให้บริการได้ เราก็พร้อมที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ของเราจะทำหน้าที่เฟ้นหาโอกาสเหล่านั้น โดยทีมงานของเรามีความหลากหลายของแต่ละช่วงอายุ (Generation) และมีความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เมื่อทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์กก็จะทำให้การวิเคราะห์การลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายพีรพงศ์กล่าว

การเปิดตัวกองทุน B-FUTURE ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นห้วงเวลาสำคัญที่โลกเรากำลังก้าวไปสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution) ที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นอีกมาก โดยกองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกช่วงวัยที่กำลังมองหาการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางของอนาคต และต้องการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นทั่วโลกเพื่อหาโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

“กองทุนบัวหลวงเชื่อในธุรกิจเหล่านี้ จะเห็นได้จากธีมการลงทุนของบริษัทในปีนี้ คือ ตลอดสายซัปพลายเชน ตามเทรนด์อี-คอมเมิร์ซและยานยนต์ไฟฟ้า ที่ประกาศไปตั้งแต่ต้นปี ซึ่งก็แปลว่าเรามองเห็นโอกาสนี้ตั้งแต่แรก และเรามีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคต วิถีชีวิตกำลังเปลี่ยนไปสู่ความสะดวก สบาย และสนุกมากขึ้น ถ้าคุณเชื่อในสิ่งนี้ กองทุน B-FUTURE ก็เป็นหนึ่งในคำตอบนั้น” นายพีรพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ กองทุน B-FUTURE เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 17-24 กรกฎาคม 2561 ราคา IPO อยู่ที่ 10 บาท เงินลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่อาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CIS* ต่างประเทศ หรือกองทุนรวม ETF ที่ลงทุนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่กล่าวมา โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ขณะที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนจะอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมใด ประเทศใด เป็นไปตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยในบางช่วงกองทุนอาจลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งหรือในประเทศใดประเทศหนึ่งมากเป็นพิเศษเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของโครงการ

ขณะที่ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก รวมถึงหุ้นของบริษัทเกิดใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยี (สตาร์ทอัพ) ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่และหรือนวัตกรรมใหม่ ตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆ หรือหาผลตอบแทนโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดหรือเห็นชอบ พร้อมกันนี้ ผู้จัดการกองทุนยังสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของ บลจ.บัวหลวงได้ หากหน่วยลงทุนนั้นเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

 ความคิดเห็น