ทองคำยังผันผวน จับตาแนวรับสำคัญ 1,300 เหรียญ/ออนซ์

โดย: MGR Online

เผยแพร่: 13 ก.พ. 2561 21:26
ปรับปรุง: 14 ก.พ. 2561 10:02
ทองคำผัวผวนหลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวแรง กดดันตลาดหุ้นวูบ นักลงทุนโยกหนีเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย จับตาแนวรับ 1,300 เหรียญ/ออนซ์ หากไม่หลุดอ่จเห็นการพักฐานสร้างราคา และสร้างโอกาสเข้าลงทุน แต่ควรแบ่งทองคำออกขายหากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 1,337 เหรียญ
  • 1  รูป

ทองคำผัวผวนหลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวแรง กดดันตลาดหุ้นวูบ นักลงทุนโยกหนีเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย จับตาแนวรับ 1,300 เหรียญ/ออนซ์ หากไม่หลุดอาจเห็นการพักฐานสร้างราคา และสร้างโอกาสเข้าลงทุน แต่ควรแบ่งทองคำออกขายหากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 1,337 เหรียญ/ออนซ์สำเร็จ

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่่ผ่านมา ว่า ราคามีการแกว่งตัวมีการผันผวน หรือการแกว่งตัวมากยิ่งขึ้น จากความกังวลต่อการร่วงลงค่อนข้างแรง หรือการทิ้งตัวลงค่อนข้างแรงของตัวตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากทิศทางผลตอบแทนธนบัตรสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก กลับมาเป็นปัจจัยการกดดันตลาดหุ้นในฝั่้งสหรัฐฯ พอตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการทิ้งตัวค่อนข้างแรงจึงกดดันให้ตลาดหุ้นหลายประเทศ รวมถึงภูมิภาคเอเชียทิ้งตัวลงแรงเช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในตัวสินทรัพย์เสี่ยง และหันเข้าหาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ทิศทางผลตอบแทนทางธนบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่มีการแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี เป็นตัวสะท้อนของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยจึงถูกลดความน่าสนใจลง ขณะที่การเกิด Goverment shunt down ปิดทำการของหน่วยงานภาครัฐหลังจากไม่มีการอนุมัติในส่วนของเงินงบประมานในระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงเที่ยงของวันศุกร์ แต่ในระยะถัดมาก็มีการอนุมัติในส่วนของงบประมานดังกล่าวภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมากนัก แต่ประเด็น หรือปัจจัยดังกล่าวยังถือว่าเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่พยุงให้ราคาทองคำอ่อนตัวได้ไม่มาก

สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา จะมีวันหยุดค่อนข้างมากในฝั่งจีนในช่วงนี้ รวมถึงเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ ดังนั้น นอกจากจีนแล้วยังมีหลายภูมิภาคเอเชียที่จะหยุดทำการเช่นกัน จะส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายทองคำในโซนเอเชียเบาบางลง นักลงทุนอาจจะต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของราคา เพราะหากมีปริมานการซื้อขายไม่มากนัก หรือไม่มีปัจจัยใหม่ๆ กลับเข้ามาชี้นำราคาทองคำในต่างประเทศ อาจเป็นลักษณะการทรงตัว และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ

ขณะที่ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศแนะนำให้นักลงทุนจับตาดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท หลังจากก่อนหน้านี้ ทิศทางค่าเงินบาทมีการแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะสั้นค่าเงินบาทเริ่มมีทิศทางกลับมาอ่อนค่า ซึ่งการแกว่ง หรือการสวิงของค่าเงินบาทยังคงมีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำภายในประเทศ ประกอบกับจะมีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน หรือ กนง.เป็นการประชุม ครั้งที่ 1 ในปี 2018 นักลงทุนสามารถจับตาดูการประเมินแนวโน้มทิศทางเศรษฐกิจเพื่อใช้ในการกำหนดทิศทางอัตราการแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยชี้นำราคาทองคำภายในประเทศเพิ่มเติม

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจะมีในส่วนการประชุมของคณะกรรมการ กนง. ช่วงวันเดียวกันจะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ในฝั่งสหรัฐฯ รวมถึงยอดค้าปลีก และการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต ตลอดจนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลดัชนีเหล่านี้ในการชี้นำเงินเฟ้อ และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ชี้นำในภาคตลาดแรงงานเพิ่มเติม

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน ประเมินแนวรับบริเวณ 1,300-1,284 และ 1,266 เหรียญ/ออนซ์ แนวต้านประเมินไว้บริเวณ 1,337, 1,353 และ 1,375 สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงประเมินว่าการแกว่งตัวของราคาทองคำน่าจะเป็นลักษณะการแกว่งตัวในกรอบในลักษณะไซด์เวย์ดาวน์ หรือกรอบในทิศทางที่ค่อยๆ ย่อลง ทั้่งนี้ เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมาค่อนข้างมากจากระดับ 1,366 เหรียญ อาจจะต้องจับตาดูแนวรับจิตวิทยาในระดับ 1,300 เหรียญ ว่าราคาจะหลุดในโซนดังกล่าวหรือไม่

“หากราคาไม่หลุดโซนดังกล่าว แนวโน้ม หรือโมเมนตัมของราคาอาจจะพยายามชะลอในส่วนของการปรับตัวลงต่อ และพยายามสร้างฐานของราคา แนะนำให้นักลงทุนเสี่ยงเข้าซื้อในระดับดังกล่าว แต่หากหลุดอาจตัดขาดทุนเพื่อรอซื้อที่แนวรับถัดไป อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำมีการขยับ หรือดีดตัว่ขึ้นแนะนำให้ทยอยแบ่งทองคำออกขายเพื่อไปลดความเสี่ยงแนวโน้ม หรือโมเมนตัมเชิงลบของราคา โดยอาจจะแบ่งทองคำออกขายหากราคายังไม่สามารถยืนอยู่เหนือโซนแนวต้านระดับ 1,337 เหรียญ/ออนซ์ แต่ควรจับตาดูทิศทางของค่าเงินบาทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน”

 ความคิดเห็น