2 ยักษ์ใหญ่ CP จับมือสยามพิวรรธน์ ผุดอภิมหาโปรเจกต์ “ไอคอนสยาม” มูลค่าลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท

โดย: MGR Online

2 ก.ค. 2557 12:15
กลุ่มซี.พี.จับมือสยามพิวรรธน์ สัดส่วนลงทุน 50:50 ลงทุนอภิมหาโปรเจกต์ “ไอคอนสยาม” บนเนื้อที่ 50 ไร่ ถ.เจริญนคร มูลค่าลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 2 ศูนย์การค้าหรู พื้นที่ 5.25 แสนตร.ม.-แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์ คอนโดฯหรู 440 ยูนิต มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการปี 60 แบงก์กสิกรไทย-ธนชาต ร่วมปล่อยกู้ 2.5 หมื่นล้าน
  • 1  รูป
ชฎาทิพย์ จูตระกูล (กลาง) ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ (ซ้ายมือ) ณรงค์ เจียรวนนท์ (ขวามือ) ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ไอคอนสยาม
กลุ่ม ซี.พี.จับมือสยามพิวรรธน์ สัดส่วนลงทุน 50:50 ลงทุนอภิมหาโปรเจกต์ “ไอคอนสยาม” บนเนื้อที่ 50 ไร่ ถ.เจริญนคร มูลค่าลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 2 ศูนย์การค้าหรู พื้นที่ 5.25 แสนตร.ม.-แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์ คอนโดฯ หรู 440 ยูนิต มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการปี 60 แบงก์กสิกรไทย-ธนชาต ร่วมปล่อยกู้ 2.5 หมื่นล้าน


นางชฎาทิพย์ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ ซี.พี. และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายในเครือซี.พี. เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการ ไอคอนสยาม ภายใต้บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นสยามพิวรรธน์ 50% กลุ่ม CP 50%

โครงการ “ไอคอนสยาม” ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 50 ไร่ บนถนนเจริญนคร เขตคลองสาน ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท นับเป็นโครงการที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศไทย โดยสัดส่วนเงินลงทุนและสินเชื่อ 50:50 แบ่งเป็นเม็ดเงินลงทุนของทั้งสองบริษัท 25,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อจากธนาคารกสิกรไทย และธนาคารธนชาต รวม 25,000 ล้านบาท ปัจจุบันทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท และพร้อมที่จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างจนถึง 25,000 ล้านบาท

ไอคอนสยาม พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ เมืองแห่งความรุ่งโรจน์อันเป็นนิรันดร์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 750,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 2 ศูนย์การค้าสุดหรู พื้นที่ 525,000 ตารางเมตร ที่นำสินค้าและบริการแบรนด์ไทยรวมกับแบรนด์ดังระดับโลก โดยแยกเป็นอาคาร Luxury และอาคาร Main Retail & Entertainment ที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน มีที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกแยกจากกัน แต่ต่อเชื่อมการไหลเวียนของลูกค้ากันได้อย่างทั่วถึง

อาคาร Luxury จะมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร เป็นการรวบรวมแบรนด์ดังระดับโลกที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ Icons within Icon เป็นแห่งแรก โดยการเนรมิต Iconic Store เหมือนคฤหาสน์ นอกจากนี้ ยังรวมสุดยอดภัตตาคารหรูระดับ Michelin stars ชื่อดังจากประเทศต่างๆ

ส่วนอาคาร Main Retail พื้นที่ 500,000 ตารางเมตร จะอยู่ติดกับถนนเจริญนคร เป็นสถานที่นำเสนอการสร้างพื้นที่ร้านค้าในรูปแบบที่ไม่มีใครเหมือน ในบรรยากาศ in door และ outdoor รวมกว่า 500 ร้านค้า 100 ภัตตาคารจาก 30 ประเทศ อีกทั้งจะรวบรวมแบรนด์แชมเปี้ยนสุดยอดสินค้าและบริการไทยมาไว้อย่างครบครัน และยังมีพื้นที่พิเศษบน Rooftop Garden ซึ่งจะมี Sport Complex ขนาดใหญ่

ไอคอนสยาม ยังจะมีศูนย์การประชุมระดับโลก (World Class Auditorium) 3,500 ที่นั่ง ซึ่งสามารถจัดการประชุมนานาชาติ งานสำคัญของรัฐบาล งานแสดง Trade Exhibition ที่จะหมุนเวียนมาจากประเทศต่างๆ รวมทั้งสามารถรองรับโชว์อลังการจากบรอดเวย์ และลอนดอนอย่างเต็มภาคภูมิ

นอกจากนี้ ยังมีอาคารที่พักอาศัยริมน้ำระดับซูเปอร์ลักชัวรี “แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเด้นท์” มูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม 2 อาคาร สูง 70 ชั้น จำนวน 300 ยูนิต และ 50 ชั้น จำนวน 140 ยูนิต ขนาดพื้นที่ห้องตั้งแต่ 60-300 ตารางเมตร กำหนดเปิดขายโครงการในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนราคาขายยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้

ภายในโครงการยังมี 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท เบื้องต้น ได้แก่ การแสดงสายน้ำผสมผสานมัลติมีเดียแสงสีเสียงและไฟ ยาว 400 เมตร ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พิพิธภัณฑ์ศูนย์รวมของมรดกทางประวัติศาสตร์และสุดยอดภูมิปัญญาไทย พร้อมทั้งมีพื้นที่จัดกิจกรรมริมน้ำ และริเวอร์พาร์กกว่า 10,000 ตารางเมตร มีทางเดินเลียบริมน้ำกว่า 400 เมตร และ 2 ท่าเทียบเรือ ทั้งเรือโดยสาร และเรือยอตช์

ขณะนี้ได้ตอกเสาเข็ม และเริ่มการก่อสร้างโครงการแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 เพื่อเป็นการฉลองการครองราชย์ครบ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งไอคอนสยาม จะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย คาดว่าจะมีจำนวนลูกค้า 2-3 แสนคนต่อวัน สัดส่วนเป็นชาวไทย 65% และชาวต่างชาติ 35% จากการสำรวจพื้นที่ระยะ 3 ตารางกิโลเมตร พบว่า เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ทั้งนี้ บริเวณรอบโครงการมีโรงแรม 5 ดาวหลายโครงการซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าเหล่านี้มาใช้บริการการด้วย คาดว่าระยะเวลาคืนทุนประมาณ 10 ปี

“การตัดสินใจลงทุนในช่วงนี้ เนื่องจากเรามีความมั่นใจในประเทศไทย และขอเป็นแรงกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กลับมา เพราะที่ผ่านม าสยามพิวรรธน์ มักจะเปิดโครงการในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดโครงการตลาดก็จะคึกคักกลับมา เราต้องมั่นใจ มองในแง่บวก เพราะเท่าที่ได้ออกไปเจอต่างชาติที่จะมาเปิดร้านในศูนย์การค้า เขาก็มีความมั่นใจ ฉะนั้นคนไทยเองต้องมั่นใจ ประเทศนี้มีพระคุ้มครอง เพราะที่ผ่านมาวิกฤตหลายครั้ง ผ่านไป 3-5 เดือน ตลาดก็ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม” นางชฎาทิพย์ กล่าว

นางชฎาทิพย์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาโครงการไอคอนสยาม ได้มีการศึกษาศักยภาพของธุรกิจ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาระยะเวลากว่า 18 เดือน โดยได้มีการหารือ และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กั กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการโรงแรม และโครงการต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะ 10 กิโลเมตรตั้งแต่ท่าเตียน ไปจนถึงโครงการเอเชียทีค เพื่อวางแผนในการแลกเปลี่ยนลูกค้า และเอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน ส่วนความร่วมมือในเบื้องต้น ผู้ที่พักอาศัยในโครงการภายใต้ความร่วมมือจะได้รับบัตรสมาชิกของไอคอนสยาม ที่ให้สิทธิพิเศษมากมาย รวมถึงเรือเฟอร์รี 7 ลำเพื่อรับส่งฟรี รวมไปถึงการทำตลาดร่วมกัน และผนึกกำลังร่วมพัฒนาโครงการเมืองที่สามารถสานประโยชน์และสร้างศักยภาพสูงสุดให้แก่กรุงเทพฯ

“ทั้งนี้ ได้จัดทำแผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้ความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ ยังมีอีกกว่า 30 โครงการ ที่ดำเนินโครงการระหว่างปี 2555-2560 รวมกันมีสูงค่าถึง 1.42 แสนล้านบาท ตลอดระยะทางยาว 10 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งจะตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยา และกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ที่สามารถแข่งขันกับเมืองใหญ่ในเวทีโลก โดยทางภาครัฐจะเริ่มมีการเดินสายโปรโมตช่วงต้นปีหน้า” นางชฎาทิพย์ กล่าว


แผนภาพแสดงที่ตั้งโครงการ “ไอคอนสยาม” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญนคร


ภาพจำลองโครงการ “ไอคอนสยาม”


สื่อมวลชนจำนวนมากร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ไอคอนสยาม” วันที่ 1 ก.ค.57


 ความคิดเห็น